3 ความผิดพลาดที่คนใช้ ระดับน้ำ ทำพลาดบ่อยที่สุด
เปิดเรื่องมาแบบนี้ เราบอกเลยว่าหลายคนน่าจะพยักหน้าตามแน่ๆ เพราะ ระดับน้ำ เนี่ยมันเป็นเครื่องมือที่ดูเรียบง่าย แต่…มันมีความจริงที่ซ่อนอยู่ เคยไหม… คิดว่าแค่หยิบ ระดับน้ำ แล้วก็เอามาวาง ให้ฟองอากาศมันอยู่ตรงกลางก็จบ แต่เอาเข้าจริง งานกลับออกมาเอียงจนต้องเสียเวลามานั่งแก้ บอกตรง ๆ มันเซ็งครับ ยิ่งพอเราได้ไปคุยกับช่างมืออาชีพคนอื่น ๆ ก็ยิ่งเห็นเลยว่า ความผิดพลาดพวกนี้ไม่ได้เกิดกับตัวเราเอง แต่เป็นกับทุกคนๆที่ใช้งาน ระดับน้ำ โดยไม่ทันระวังนั่นเอง
เพราะงั้นในบทความนี้เลยอยากเล่าให้ทุกคนฟัง ว่า 3 ความผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นเวลาใช้งาน ระดับน้ำ มีอะไรบ้าง? และจะเลี่ยงยังไงดี? จะได้ไม่ต้องไปเจอเหตุการณ์ซ้ำ ๆ แบบที่เราเคยเจอมาแล้ว
เชื่อใจฟองอากาศเกินไป โดยไม่เช็ก ระดับน้ำ ก่อน
อันนี้เป็นบทเรียนที่เราจำไม่ลืมเลยครับ เพราะพูดกันตรง ๆ เวลาทำงาน เรามักจะ “เชื่อฟองอากาศ” กันแบบสุด ๆ เห็นอยู่ตรงกลางก็สบายใจแล้ว คิดว่าเป๊ะชัวร์ แต่ลืมไปว่าถ้าเครื่องมือมันเพี้ยนตั้งแต่ต้น ต่อให้ฟองอากาศอยู่กลางสวยขนาดไหน งานที่ออกมาก็ยังเบี้ยวอยู่ดี!
ตอนนั้นเราก็เป็นเหมือนหลาย ๆ คนครับ ไม่เคยคิดจะเช็กก่อนใช้ด้วยซ้ำ จนมารู้ตัวทีหลังว่างานที่ทำออกมาเอียง ต้องเสียเวลามานั่งแก้ใหม่ มันทั้งเหนื่อย ทั้งเสียกำลังใจเลยครับ ตั้งแต่นั้นมาเลยทำตามที่ช่างรุ่นพี่เคยสอนไว้ว่า
“อย่าไว้ใจเครื่องมือจนเกินไป เครื่องมือก็เหมือนคน มันก็มีวันที่เพี้ยนได้”
พูดง่าย ๆ ก็คือ อย่าให้ฟองอากาศหลอกเราครับ เราเลยติดนิสัยว่า ก่อนจะเริ่มงานใหญ่ ๆ จะวางระดับน้ำ สลับด้านเช็กทุกครั้ง มันใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่ช่วยเซฟทั้งวันไม่ให้ต้องรื้อใหม่เพราะความเพี้ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ
จำได้เลยว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งไปช่วยเพื่อนติดโครงเหล็กที่บ้าน เขาใช้ระดับน้ำเก่าที่ไม่เคยเช็กเลย พอเสร็จงานโครงเอียงไปครึ่งเซนต์ เห็นด้วยตาเปล่าเลยครับ ทุกคนยืนมองหน้ากันแบบ “เอาไงดีเนี่ย?” สุดท้ายต้องวิ่งไปยืมของใหม่จากข้างบ้านมาตรวจซ้ำ ถึงได้รู้ว่าตัวเก่ามันเพี้ยนไปนานแล้ว ถ้าเช็กตั้งแต่แรกคงไม่ต้องเสียแรงกันแบบนั้น
ใช้ ระดับน้ำ ผิดท่า วางไม่ถูกตำแหน่ง
อันนี้ต้องบอกเลยว่า “พลาดเพราะรีบ!” คือของจริงครับ มือใหม่แทบทุกคน รวมถึงตัวเราเองสมัยเริ่มหัด ต้องเคยเจอแน่นอน เวลาจะใช้งาน ระดับน้ำ ก็มักจะรีบวาง ๆ ไปโดยไม่ทันสังเกตว่าพื้นผิวที่วางมันสะอาดหรือเรียบพอรึเปล่า สุดท้ายฟองอากาศก็ดูเหมือนตรง แต่จริง ๆ แล้วมันหลอกตาเราเต็ม ๆ
เราเคยเจอกับตัวตอนช่วยติดประตูไม้ใหม่ ๆ ตอนนั้นใจร้อนอยากให้งานเสร็จไว เลยวาง ระดับน้ำ ลงไปบนขอบประตูทั้งที่ยังมีฝุ่นเลื่อยเต็มอยู่ ฟองก็ดูโอเคเลยครับ อยู่ตรงกลางเป๊ะ แต่พอติดเสร็จลองปิดประตูเท่านั้นแหละ…ปิดไม่สนิท! ช่องโหว่เพียบ ต้องเสียเวลาขัดแก้ใหม่ทั้งบาน เรียกว่าทั้งเหนื่อยทั้งเสียเซฟจนจำฝังใจเลย
ตั้งแต่นั้นมา เราเลยจำขึ้นใจว่า อย่ามองแค่ฟองอากาศ ต้องดูด้วยว่าเราวางถูกต้องหรือยัง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็มีวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ไม่พลาดครับ
- ก่อนวาง ระดับน้ำ ทุกครั้ง ปัดฝุ่นหรือคราบออกให้เรียบ ๆ ก่อน
- พยายามวางให้เต็มแนว ไม่ใช่เอาไปแตะ ๆ แค่ปลายเดียว
- ถ้าเจอพื้นผิวที่สั้นเกินกว่า ระดับน้ำ จะใช้ไม้เสริมรองให้แนวเรียบขึ้นมาก็ช่วยได้
เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้นี่แหละครับที่ทำให้งานออกมา “เป๊ะจริง” ไม่ใช่แค่ฟองบอกว่าตรงแล้วเราสบายใจไปเอง
ใช้ ระดับน้ำ ขนาดเดียวกับทุกงาน
อันนี้เราว่าหลายคนน่าจะเคยพลาดเหมือนกันครับ ตอนแรกเราเองก็คิดว่า ระดับน้ำ แค่ตัวสั้น ๆ ประมาณ 30 ซม. ก็น่าจะเอาอยู่ทุกงาน จะติดรูปเล็ก ๆ หรือตั้งโต๊ะก็น่าจะพอ แต่พอเอาไปใช้กับงานใหญ่จริง ๆ อย่างติดชั้นยาวหรือติดโครงเหล็ก ปรากฏว่าไม่รอดครับ จบเลย!
จำได้แม่นเลยครั้งหนึ่ง ผมใช้ระดับน้ำสั้นไปวัดแนวรางน้ำฝน คิดว่าตรงแล้ว แต่จริง ๆ มันตรงแค่ช่วงสั้น ๆ พอทำจริงทั้งแนว 5 เมตร น้ำดันไหลไม่ถูกทาง งานเลยเอียงออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายต้องรื้อแก้ใหม่ เสียแรงฟรี ๆ ทั้งวัน แบบนี้แหละครับที่เรียกว่าของสั้นเกิน ใช้ไม่เหมาะกับงาน
เลือก ระดับน้ำ ขนาดตามงาน
งานเล็ก ๆ อย่างแขวนรูป ทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้ 30 ซม. ได้สบาย แต่ถ้างานยาว ๆ เช่น ก่อสร้าง วางโครงเหล็ก หรือติดชั้นยาว ๆ ควรใช้ระดับน้ำอย่างน้อย 1 เมตรขึ้นไป จะได้แนวที่เป๊ะจริง
มี ระดับน้ำ หลายขนาดติดกล่องไว้เลย
จะดีที่สุดครับ เพราะเวลาเจอสถานการณ์จริง เราไม่รู้หรอกว่างานไหนจะสั้นหรือยาว ถ้ามีให้เลือก หยิบใช้ให้เหมาะ สบายใจกว่ามาก
พูดง่าย ๆ คือ ระดับน้ำ ก็เหมือนรองเท้าแหละครับ งานต่างกันก็ต้องมี “คู่ที่เหมาะ” ถ้าฝืนใช้คู่เดียวไปทุกงาน ต่อให้สวยแค่ไหนก็เจ็บเท้าอยู่ดี
สรุป
ใช่เลยครับ อ่านมาครบทั้ง 3 ข้อแล้วจะเห็นชัดเลยว่า “ความพลาด” ไม่ได้โทษที่เครื่องมืออย่างเดียวหรอก แต่ตัวเราเองนี่แหละที่มีส่วนเยอะ ทั้งจากความรีบ ความเคยชิน หรือบางทีก็ความชะล่าใจ คิดว่าแค่ฟองอยู่ตรงกลางก็คือจบ แต่จริง ๆ แล้วมันยังมีปัจจัยอื่นที่เราต้องใส่ใจด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ ระดับน้ำ มันไม่ใช่แค่แท่งเหล็กมีฟองอากาศ แต่เป็นตัวชี้วัดความใส่ใจของเราในงานช่างด้วย ถ้าใช้ให้ถูก งานก็ออกมาเป๊ะเหมือนช่างมือโปร แต่ถ้าใช้พลาด งานเบี้ยวทีเดียวก็บอกเลยว่าเสียทั้งแรง ทั้งเวลาอีกด้วย