รอกเชือกมักถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งแล้วช่วยให้ยกของหนักได้เบาลงทันที แต่พอลองใช้งานจริง หลายคนกลับพบว่ายังต้องออกแรงมาก บางชุดดึงแทบไม่ต่างจากการใช้เชือกยกตรง ๆ ขณะที่บางชุดติดรอกหลายตัวแล้วกลับรู้สึกฝืดกว่าเดิม จนอดสงสัยไม่ได้ว่ารอกที่ใช้มีปัญหา หรือหลักการผ่อนแรงไม่ได้ช่วยมากอย่างที่คิด ความจริงแล้ว รอกช่วยผ่อนแรงได้เมื่อจัดระบบให้มีเชือกหลายช่วงร่วมกันรองรับน้ำหนัก รอกบางแบบมีหน้าที่เพียงเปลี่ยนทิศทางของเชือก ไม่ได้ลดแรงที่ต้องใช้โดยตรง นอกจากนี้ ตัวเลขอัตราทดที่มักเห็น เช่น 2 ต่อ 1 หรือ 4 ต่อ 1 ยังเป็นค่าของระบบอุดมคติ ซึ่งไม่ได้รวมแรงเสียดทาน น้ำหนักของชุดรอก และข้อจำกัดของอุปกรณ์จริง เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เข้าไป แรงที่มือรู้สึกจึงอาจมากกว่าที่คาดไว้พอสมควร ใช้รอกตายตัว จึงไม่ได้ผ่อนแรงโดยตรง สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือการใช้รอกเดี่ยวตายตัว โดยเข้าใจว่ารอกทุกชนิดช่วยลดแรงเหมือนกัน รอกแบบนี้จะยึดอยู่กับคาน เพดาน หรือโครงสร้างด้านบน ปลายเชือกด้านหนึ่งผูกกับของ ส่วนอีกด้านใช้สำหรับดึง เมื่อลากเชือกลง ของก็เคลื่อนที่ขึ้น ประโยชน์ของรอกตายตัวคือช่วยเปลี่ยนทิศทาง จากเดิมที่ต้องยกของขึ้นด้วยมือ กลายเป็นการดึงเชือกลงในท่าที่ถนัดกว่า ผู้ใช้งานสามารถยืนได้มั่นคง มองเห็นของ และใช้น้ำหนักตัวช่วยดึงได้ง่ายขึ้น แต่ในทางทฤษฎี ระบบนี้มีอัตราทดประมาณ 1 ต่อ 1 เพราะยังมีเชือกเพียงช่วงเดียวรองรับน้ำหนักโดยตรง แรงที่ใช้จึงยังใกล้เคียงกับน้ำหนักเดิมเมื่อไม่คิดแรงเสียดทาน ดังนั้น หากติดรอกตายตัวหนึ่งลูกแล้วรู้สึกว่าของยังหนักอยู่ ถือว่าเป็นลักษณะปกติของระบบ […]
