ใช้ ดอกต๊าปเกลียว กับเหล็ก อลูมิเนียม พลาสติก ต้องรู้อะไรบ้าง?
การทำเกลียวถือเป็นขั้นตอนที่หลายคนเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นช่างมืออาชีพ หรือสาย DIY ที่ชอบซ่อมแซมเองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบเฟอร์นิเจอร์ ติดตั้งอุปกรณ์ หรือซ่อมเครื่องจักรเล็กๆ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ดอกต๊าปเกลียว ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างเกลียวภายในรูให้เราสามารถขันน็อตเข้าไปได้พอดีแน่นหนาแบบมืออาชีพเลยทีเดียว
แต่เดี๋ยวก่อน! รู้หรือไม่ว่า ดอกต๊าปเกลียว ไม่ได้ใช้แบบเดียวกับทุกวัสดุ ถ้าคุณเคยเจอปัญหาดอกหักกลางคัน เกลียวพัง หรือเจาะแล้วน็อตไม่จับ อาจเป็นเพราะเลือก ดอกต๊าปเกลียว ไม่เหมาะกับชิ้นงานนั่นเอง บทความนี้เราเลยจะพาคุณมาเจาะลึกแบบเป็นกันเอง เข้าใจง่ายว่า ถ้าจะต๊าปเหล็ก อลูมิเนียม หรือพลาสติก ต้องรู้เรื่องอะไรบ้างถึงจะต๊าปได้แบบลื่นไหล งานออกมาเป๊ะ ไม่เสียของ!
ดอกต๊าปเกลียว คืออะไร? ทำไมถึงต้องเลือกให้เหมาะกับวัสดุ
ดอกต๊าปเกลียว คือ?
ดอกต๊าปเกลียว เนี่ย ถ้าให้พูดง่าย ๆ ก็คือเครื่องมือที่ช่วยทำเกลียวในรูเจาะนั่นแหละ เพื่อให้เราขันน็อตหรือสกรูเข้าไปได้แน่นพอดี ไม่หลวม ไม่ฝืด ตัวดอกมันจะมีลักษณะคล้ายเกลียวคม ๆ และมีร่องไว้ระบายเศษวัสดุที่ขูดออกขณะหมุนเข้าไป ซึ่งถ้าใครเคยใช้จะรู้เลยว่าถ้าไม่มีร่องนี้นะ… งานจะติดขัดเอาง่าย ๆ เลย
โดยทั่วไป ดอกต๊าปเกลียว จะมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ ให้เลือกใช้ตามงาน:
- ดอกต๊าปมือ (Hand Tap): ตัวนี้คือขวัญใจสาย DIY เลย เพราะเราใช้หมุนด้วยมือ ควบคุมแรงได้เองแบบชิล ๆ จะหมุนช้า หมุนเร็วก็แล้วแต่เรา เหมาะมากกับงานที่ต้องการความละเอียด หรืองานที่รูไม่ได้ลึกมาก ใช้คู่กับประแจต๊าปก็พอแล้ว ไม่ต้องพึ่งเครื่องจักรให้วุ่นวาย
- ดอกต๊าปเครื่อง (Machine Tap): ถ้าใครมีเครื่องเจาะหรือเครื่อง CNC อยู่ล่ะก็ ตัวนี้แหละคือคู่หูสุดปังเลย ใช้งานง่าย เร็ว แม่น และไม่เปลืองแรงให้เมื่อยมือ แถมยังต๊าปได้เป๊ะทุกรู เหมาะกับคนที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรือมีงานเยอะ ไม่ต้องมานั่งหมุนเองให้ปวดแขน
ทำไมต้องเลือกให้เหมาะกับวัสดุ?
เพราะวัสดุแต่ละชนิดมันก็มีนิสัยของมันเองครับ บางอันแข็ง บางอันเหนียว บางอันก็เปราะง่าย ถ้าเราใช้ ดอกต๊าปเกลียว แบบเดียวกันหมดกับทุกวัสดุ บอกเลยว่างานมีพังแน่ ๆ เพราะดอกมันไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับทุกความแปลกของวัสดุ ถ้าเลือกผิด งานอาจหยุดกลางคันได้เลย
- ดอกต๊าปหักกลางงาน — อันนี้คือฝันร้ายของคนต๊าปเลยครับ หมุนอยู่ดี ๆ ป๊าก! ดอกหักคารู ต้องมานั่งแคะ นั่งงัดกันให้วุ่น บางทีถึงขั้นเจาะใหม่หมด
- เกลียวเสีย ไม่ได้ขนาด — เกลียวที่ได้ออกมาอาจจะหลวมไป ขันน็อตไม่อยู่ หรือแน่นเกินไปจนใส่น็อตไม่ได้ แบบนี้คือเจ๊งตั้งแต่ต้นเลย ต้องเสียเวลาเริ่มใหม่อีกรอบ
- เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ — โดยเฉพาะเวลาฝืนต๊าปแล้วดอกสะดุดหรือสะบัด ถ้าเผลอออกแรงมากเกินไป มืออาจหลุดไปโดนคมเครื่องมือหรือเศษโลหะได้ง่าย ๆ เลย บางคนโดนมาแล้วเลือดซิบ!
- งานเสียหาย — อันนี้คือเซ็งที่สุด เจาะไปแล้วก็ต้องเจาะใหม่ ต๊าปใหม่ เสียทั้งเวลา เสียทั้งวัสดุ แถมบางครั้งชิ้นงานที่เสียไปอาจเป็นชิ้นสำคัญ หรือของแพง ทำให้เจ็บทั้งใจและกระเป๋าได้เลยครับ
เลือก ดอกต๊าปเกลียว ให้เหมาะกับ เหล็ก ต้องดูอะไรบ้าง?
เหล็กมีหลายชนิด ไม่ใช่แค่ “เหล็กแข็ง”
- เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) — ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของวงการเลยก็ว่าได้ เพราะใช้กันเยอะมากทั้งในงานโครงสร้าง งานช่าง และงานอุตสาหกรรมทั่วไป ความแข็งก็ปานกลาง ไม่อ่อนเกินไป ไม่แข็งเกินไป ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าวัสดุที่ใช้อยู่คืออะไร แต่รู้ว่าเป็นเหล็กธรรมดา ๆ ก็มีโอกาสสูงว่าจะเป็นตัวนี้แหละ
- เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) — ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ไร้สนิม” เพราะแบบนี้เลยฮิตสุด ๆ ในงานที่ต้องเจอความชื้นหรือกลางแจ้ง เช่น งานท่อน้ำ ราวบันได หรืออุปกรณ์ครัว แต่ก็ต้องแลกมากับความแข็งและเหนียวมากกว่าปกติ ต๊าปยากขึ้นอีกนิด ถ้าใช้ดอกไม่ตรงสเปกนี่รับรองว่าฝืดสุด ๆ หรือไม่ก็ดอกหักได้ง่ายเลยครับ
- เหล็กหล่อ (Cast Iron) — ตัวนี้อาจไม่ได้เจอบ่อยในงานทั่วไป แต่ถ้าใครทำเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนกลึง หรือฐานเครื่องจักร จะคุ้นเคยกันดี จุดเด่นคือแข็งแต่เปราะครับ ต๊าปแล้วเสียงจะออกแหลม ๆ หน่อย ถ้าดอกไม่คมพอหรือฝืนเกินไป มีสิทธิ์แตกได้แบบไม่ทันตั้งตัว ต้องใจเย็นและระวังเป็นพิเศษ
แต่ละชนิดมีความแข็งต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเลือก ดอกต๊าปเกลียว
เลือกวัสดุของ ดอกต๊าปเกลียว
- HSS (High Speed Steel): ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของวงการ ดอกต๊าปเกลียว เลยครับ เพราะใช้งานได้หลากหลาย โดยเฉพาะกับเหล็กทั่วไป ใช้แล้วคมดี ต๊าปได้ลื่น ๆ ไม่ต้องกลัวดอกสึกง่าย เหมาะกับทั้งมือใหม่และมือโปรเลย
- HSS-Co (มีโคบอลต์): ตัวนี้คือเวอร์ชันอัปเกรดของ HSS ธรรมดาเลยครับ เพิ่มโคบอลต์เข้าไปเพื่อให้ทนความร้อนได้มากขึ้น ใครที่ต้องต๊าปเหล็กแข็ง ๆ อย่างสแตนเลสหรือเหล็กชุบแข็ง แนะนำให้ใช้รุ่นนี้เลย เพราะถ้าใช้แบบธรรมดาอย่างเดียว รับรองว่าความร้อนจะทำให้ดอกสึกไวหรือหักกลางคันได้ง่ายมาก
- Carbide: ถ้าพูดถึงตัวแรงสุดในแก๊ง ดอกต๊าปเกลียว ก็ต้องยกให้ตัวนี้เลยครับ! ดอกคาร์ไบด์แข็งมาก ทนมาก และราคาก็แรงตามเช่นกัน แต่บอกเลยว่าใครที่ต้องเจอกับเหล็กแข็งโคตร ๆ อย่างพวกชิ้นงานชุบแข็งหรือใช้ในโรงงานใหญ่ ๆ ตัวนี้เอาอยู่แน่นอน โดยเฉพาะถ้าใช้คู่กับเครื่อง CNC คือเข้าคู่กันเป๊ะ ๆ ทำงานไว งานเนี๊ยบ ไม่มีสะดุด
ฟันเกลียวและรูปทรง
- ดอกต๊าปเกลียว เหล็กควรมีฟันคมจัด ๆ จะได้ต๊าปได้ลื่น ๆ ไม่ต้องออกแรงเยอะ โดยเฉพาะทรงเกลียวแบบตรงหรือแบบสว่าน (spiral flute หรือ spiral point) นี่แหละเด็ด เพราะช่วยระบายเศษเหล็กออกจากรูเจาะได้ดี ไม่ค้างอยู่ในร่องเกลียวจนทำให้หมุนฝืด หรือเสี่ยงดอกหักกลางทาง เรียกว่าใช้งานแล้วสบายใจทั้งช่างมือใหม่และมือโปรเลยครับ
การหล่อลื่นสำคัญมาก
เหล็กเป็นวัสดุที่เสียดสีกับ ดอกต๊าปเกลียว หนักมาก ถ้าใครเคยลองต๊าปแบบไม่ใช้น้ำมัน จะรู้เลยว่าฝืดสุด ๆ บางทีหมุนไปได้ครึ่งทางก็รู้สึกได้เลยว่ามันต้านมือ ดังนั้นอย่าลืมหาน้ำมันต๊าปดี ๆ หรือจะเป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเหล็กก็ได้ครับ ช่วยลดแรงเสียดทาน แถมยังช่วยให้ ดอกต๊าปเกลียว ไม่สึกง่าย ใช้งานได้นานขึ้นอีกเยอะเลย
ดอกต๊าปเกลียว กับ อลูมิเนียม ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
จุดเด่นของอลูมิเนียม
อลูมิเนียมฟังดูเหมือนจะนิ่ม ทำงานง่าย ใช่มั้ยครับ? แต่เอาเข้าจริงแล้ว ต๊าปยากกว่าที่คิดถ้าเลือก ดอกต๊าปเกลียว ไม่เหมาะ เพราะมันมีนิสัยเฉพาะตัวที่ถ้าไม่เข้าใจ อาจทำให้เกลียวพังเอาง่าย ๆ เลย
- เศษวัสดุจะขดติดกับฟันเกลียว ข้อนี้ใครเคยต๊าปอลูมิเนียมจะรู้ดีเลยครับว่า เศษมันไม่ได้ปลิวออกมาง่าย ๆ เหมือนเหล็ก แต่มันจะพันอยู่กับดอกเหมือนเส้นบะหมี่พันตะเกียบ ถ้าไม่รีบเอาออก ดอกอาจติดหรือเกลียวจะไม่สวยเอาได้
- เกลียวหลวมง่าย อลูมิเนียมนั้นถึงจะดูนิ่ม แต่เวลาเจาะเกลียวถ้าไม่ระวังจะทำให้เนื้อวัสดุยุบตัวหรือเสียรูปได้ง่าย เกลียวที่ได้ออกมาเลยไม่แน่นพอ ขันน็อตทีหลุดที เหมือนขันแล้วไม่ค่อยอยู่ บางทีต้องขันซ้ำ ๆ แล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่แน่นสนิท
- อลูมิเนียมบางเกรดนี่เหนียวจนเรียกว่าขูดยังไงก็ไม่ค่อยจะออกครับ เหมือนพยายามปอกหมากฝรั่งที่ละลายติดรองเท้าเลย ต๊าปไปทีไร เศษมันจะยืดติดดอก แถมขูดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด ต้องใจเย็นแล้วค่อย ๆ ปล่อยให้ดอกต๊าปเกลียว ทำงานแบบไม่เร่ง
ดอกต๊าปเกลียว ที่แนะนำ
- เลือกใช้ ดอกต๊าปเกลียว ที่เค้าออกแบบมาให้เหมาะกับวัสดุอ่อนอย่างอลูมิเนียมโดยเฉพาะเลยครับ เพราะถ้าใช้ดอกทั่วไป อาจเจอปัญหาต๊าปไม่เข้า หรือเกลียวเสียได้ง่ายมาก ดอกแบบนี้จะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น แถมเกลียวออกมาสวยกว่าเยอะ
- รูปฟันควรเป็นแบบร่องเกลียวลึก จะได้ช่วยระบายเศษอลูมิเนียมออกได้ง่าย ๆ ไม่ค้างติดในร่องให้ปวดหัว เพราะอลูมิเนียมเนี่ย มันชอบพันกับ ดอกต๊าปเกลียว จนงานฝืด การเลือกรูปฟันดี ๆ เลยช่วยให้ต๊าปได้ลื่น งานก็จบไว เกลียวก็ออกมาสวย
- เลือกแบบเกลียวเฉียง (spiral flute) ดีกว่าแบบตรง เพราะมันช่วยดึงเศษอลูมิเนียมออกจากรูเจาะได้ง่ายกว่า เหมือนมีคนช่วยปัดเศษให้เราตลอดเวลา ทำให้ต๊าปลื่น งานเดินไว เกลียวไม่พังกลางคัน
น้ำมันหล่อลื่น
- ถ้าอยากให้ต๊าปอลูมิเนียมลื่น ๆ ไม่มีสะดุด แนะนำให้ใช้น้ำมันต๊าปที่ออกแบบมาสำหรับโลหะอ่อนโดยเฉพาะเลยครับ อย่างพวกที่ผสมสารลดแรงตึงผิว จะช่วยให้ ดอกต๊าปเกลียว หมุนได้ลื่นขึ้น ไม่ฝืด แถมยังช่วยระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย ต๊าปทีเกลียวก็ออกมาสวย ไม่เสียของ
ควรใช้รอบต่ำและแรงกดพอดี
การต๊าปอลูมิเนียมควรเน้นความแม่นยำครับ อย่ารีบ อย่าเร่งรอบ เพราะถ้าหมุนเร็วเกินไป ฟันเกลียวจะไม่กัดเนื้ออลูมิเนียมได้ดีเท่าที่ควร แถมยังเสี่ยงทำให้เกลียวเสียอีกต่างหาก ค่อย ๆ หมุนแบบใจเย็นจะได้งานเนี๊ยบกว่าเยอะ
ดอกต๊าปเกลียว กับ พลาสติก ต้องระวังให้มาก
พลาสติกบางประเภทแตกหรือหดตัว
- ABS, PVC, Nylon พวกนี้ดูเหมือนจะใช้งานง่าย แต่จริง ๆ แล้วมีนิสัยเฉพาะตัวครับ เช่น บางตัวเปราะมาก เจาะแรงนิดเดียวก็ร้าว ส่วนบางตัวก็นิ่มจนเวลาเจาะแล้วรูยุบตัว หรือเด้งกลับจนเกลียวหลุด พูดง่าย ๆ คือต้องค่อย ๆ คุยกับมัน อย่ารีบร้อน ไม่งั้นงานมีพังแน่นอน
- เวลาต๊าปพลาสติกต้องใจเย็น ๆ เลยครับ ควบคุมทั้งแรงกดและความเร็วให้พอดี อย่ากดแรงไป อย่าเร่งรอบ เพราะถ้าแรงเยอะหรือเร็วเกินไป พลาสติกบางตัวแตกได้ง่ายมาก หรือบางทีรูจะบานจนเกลียวหลุด ทำมาแทบตายแต่ขันน็อตไม่อยู่ก็มีครับ
เลือก ดอกต๊าปเกลียว ฟันคมมากเป็นพิเศษ
- ใช้ ดอกต๊าปเกลียว HSS ธรรมดาก็ได้ครับ โดยเฉพาะงานทั่วไปกับพลาสติก แต่แนะนำว่าควรลับคมเพิ่มนิดหน่อยให้มันแหลมจี๋ เพราะพลาสติกบางประเภทไม่ชอบให้แรงเยอะ ถ้าฟันไม่คมพอจะเหมือนแค่ถู ๆ ไปมา งานจะออกมาไม่เนียน เกลียวไม่สวย ขันแล้วหลุดเอาง่าย ๆ
- หรือจะเลือกดอกต๊าปที่มีฟันห่างหน่อยก็ได้นะครับ เพราะแบบนี้จะช่วยระบายเศษพลาสติกออกจากร่องได้ดี ลดโอกาสที่ดอกจะติดหรือวัสดุจะร้าว เกลียวออกมาก็จะสวย ไม่บิด ไม่ปริแตก เหมาะมากสำหรับใครที่ไม่อยากลุ้นทุกครั้งตอนต๊าป
ห้ามใช้รอบเร็ว
- พลาสติกนี่เป็นวัสดุที่ไวต่อความร้อนมากเลยครับ ถ้าหมุนรอบเร็วเกินไป ความร้อนสะสมจะทำให้เนื้อวัสดุเริ่มละลายได้เลย เกลียวก็จะเละไปหมด แถมกลิ่นไหม้ก็มาเต็ม ทางที่ดีควรใช้รอบต่ำ ๆ หรือถ้าใครถนัดมือหมุนก็ค่อย ๆ หมุนแบบใจเย็น จะได้เกลียวสวย ไม่เสียของ
ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันต๊าปเสมอไป
- พลาสติกส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันก็จริงครับ เพราะมันไม่ได้เสียดสีเยอะเหมือนเหล็กหรืออลูมิเนียม แต่ถ้าใครอยากให้ต๊าปลื่นขึ้นอีกนิด ก็แนะนำให้ใช้ของใกล้ตัวอย่างสบู่เหลวผสมน้ำ หรือซิลิโคนสเปรย์เบา ๆ ก็ได้ครับ ช่วยให้หมุนง่ายขึ้น แถมยังไม่ทำให้พลาสติกเสียหายด้วย
ขนาดรูเจาะก่อนต๊าป มีผลอย่างไร?
หลายคนเจาะรูเล็กเกินไป
- ถ้าเจาะรูเล็กเกินไป ดอกต๊าปจะต้องฝืนเจาะเนื้อเยอะกว่าปกติ ฟันต๊าปเลยต้องออกแรงมากขึ้นจนเสี่ยงหักกลางทางได้ง่าย ๆ คิดดูสิครับ หมุนอยู่ดี ๆ แล้วดอกหักคารู งานหยุดทันทีเลย ไม่คุ้มแน่นอน!
ใช้ตารางเทียบขนาดรูเจาะก่อนต๊าป
- ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ถ้าคุณต้องการต๊าปเกลียว M6 x 1.0 ก็ไม่ควรใช้ดอกสว่าน 6 มม. เจาะรูนะครับ เพราะแบบนั้นจะไม่มีเนื้อให้เกลียวกัดเลย! ต้องเจาะรูให้เล็กกว่านิดนึง โดยขนาดที่เหมาะคือ 5.0 มม. แบบนี้ต๊าปแล้วเกลียวจะพอดี ขันน็อตแล้วแน่นเป๊ะ
วิธีคำนวณขนาดรูคร่าวๆ
- ขนาดรูเจาะ เส้นผ่านศูนย์กลางนอกของเกลียว – ระยะเกลียว
- ตัวอย่าง: M10 x 1.5 = 10 – 1.5 = เจาะรู 8.5 มม.
เคล็ดลับเล็กๆ ที่ช่วยให้ต๊าปเกลียวสำเร็จทุกงาน
หมุนเข้า 1 รอบ หมุนกลับ 1/4
- ช่วยหักเศษที่ติดออกจากฟันเกลียว เทคนิคง่าย ๆ แต่โคตรเวิร์กเลยครับ เวลาเราหมุนเข้าไปแล้วหมุนย้อนกลับสัก 1/4 รอบ มันจะเหมือนกับตัดเศษวัสดุที่พันอยู่ให้ขาดออก ทำให้ดอกไม่ฝืด ไม่ติด และช่วยยืดอายุการใช้งานของดอกต๊าปด้วย ลองทำดู แล้วจะรู้ว่าต่างจริง!
อย่าฝืนถ้ารู้สึกฝืด
- หยุดก่อนแล้วเช็กให้ดี ถ้าเริ่มรู้สึกฝืดหรือหมุนไม่ค่อยไป อย่าฝืนเด็ดขาดนะครับ เพราะดอกต๊าปอาจจะหักกลางคันได้แบบไม่ทันตั้งตัว เสียทั้งอารมณ์ เสียทั้งชิ้นงานเลยทีเดียว
เช็ดเศษออกระหว่างรอบ
- ใช้แปรงหรือลมเป่าเป่าระหว่างต๊าปก็ช่วยได้เยอะครับ เพราะเศษวัสดุมันชอบแอบสะสมในร่องเกลียว ถ้าปล่อยให้มันอุด ๆ อยู่แบบนั้น รับรองว่าหมุนต่อแล้วฝืดแน่ ๆ บางทีถึงขั้นทำให้ดอกต๊าปติดหรือเกลียวเสียเลยก็มี แค่เป่าหรือแปรงออกนิดหน่อย งานก็ไหลลื่นขึ้นเยอะเลยครับ
ฝึกกับชิ้นทดสอบก่อนทำจริง
- โดยเฉพาะวัสดุใหม่ที่ไม่เคยต๊าปมาก่อน แนะนำให้ลองซ้อมมือกับชิ้นทดสอบดูก่อนครับ เพราะวัสดุแต่ละชนิดมันมีนิสัยไม่เหมือนกัน บางอันแข็ง บางอันเปราะ บางอันเหนียว ถ้าลองกับของจริงเลยอาจพลาดได้ ฝึกนิดเดียวก็ช่วยให้มั่นใจขึ้นเยอะ แถมลดโอกาสดอกหักหรือเกลียวเสียได้อีกด้วย
สรุป
การเลือก ดอกต๊าปเกลียว ให้เหมาะกับวัสดุแต่ละชนิดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ควรละเลย เพราะมันคือหัวใจของความสำเร็จในการทำเกลียว หากเลือกผิดเพียงนิดเดียว อาจทำให้ต้องเสียทั้งชิ้นงาน เวลา และค่าใช้จ่ายมากมาย อย่าลืมดูทั้งประเภทของวัสดุ ฟันดอกต๊าป ชนิดน้ำมัน และวิธีต๊าปให้เหมาะสม แล้วคุณจะพบว่างานเกลียวไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป