แบริเออร์กั้นพื้นที่ที่ตั้งไว้แล้วล้ม เอียง หรือค่อย ๆ เลื่อนออกจากแนว ไม่ได้หมายความว่าตัวแบริเออร์มีปัญหาเสมอไป เพราะความมั่นคงของอุปกรณ์ขึ้นอยู่กับหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งน้ำหนักของฐาน รูปทรงตัวแบริเออร์ สภาพพื้น จุดเชื่อมต่อ และสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่ใช้งาน โดยเฉพาะงานกลางแจ้งที่ต้องเจอทั้งแรงลมและกระแสอากาศจากรถที่วิ่งผ่าน ถ้าเจอปัญหาแบบนี้ สิ่งที่ควรทำก่อนจึงไม่ใช่รีบหาของหนักมาวางทับ แต่ควรไล่ดูว่าแบริเออร์เสียความมั่นคงจากจุดไหน เพราะการเพิ่มน้ำหนักแบบไม่ถูกวิธีอาจแก้ได้แค่ชั่วคราว และบางครั้งยังสร้างสิ่งกีดขวางเพิ่มขึ้นมาอีก เริ่มจากดูฐานและพื้นที่วางก่อน จุดแรกที่ควรตรวจคือฐานของแบริเออร์วางบนพื้นได้เต็มและมั่นคงหรือไม่ หากพื้นมีความต่างระดับ มีเศษหิน หลุม ขอบทาง หรือจุดที่ทำให้ฐานสัมผัสพื้นได้ไม่เต็ม ตัวแบริเออร์อาจโยกหรือเอียงได้ง่ายขึ้น ถ้าเป็นไปได้ ควรขยับไปยังตำแหน่งที่พื้นเรียบและมั่นคงกว่า แล้วค่อยประเมินอีกครั้งว่าปัญหายังเกิดอยู่หรือไม่ เพราะบางครั้งต้นเหตุอยู่ที่ตำแหน่งวางมากกว่าตัวสินค้า น้ำหนักฐานอาจไม่เหมาะกับสภาพหน้างาน แบริเออร์ที่ตัวสูงหรือมีพื้นที่รับลมมาก แต่ฐานมีน้ำหนักไม่มาก อาจเคลื่อนตัวได้ง่ายเมื่อใช้กลางแจ้ง ผู้ผลิตอุปกรณ์กั้นทางหลายประเภทจึงออกแบบฐานให้มีน้ำหนักมากขึ้น หรือมีส่วนที่ช่วยลดการหมุนและการเคลื่อนจากแรงลม ถ้าแบริเออร์ที่ใช้มีฐานเบาและต้องตั้งในพื้นที่เปิด อาจต้องพิจารณาว่ารุ่นนั้นเหมาะกับสภาพแวดล้อมจริงหรือไม่ แทนที่จะมองว่าการล้มเกิดจากคุณภาพสินค้าอย่างเดียว ลมจากรถที่วิ่งผ่านก็มีผลได้ ในพื้นที่ใกล้ทางสัญจร แบริเออร์อาจได้รับผลจากกระแสอากาศและความปั่นป่วนที่เกิดจากรถวิ่งผ่าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีรถขนาดใหญ่หรือมีการสัญจรต่อเนื่อง ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนกันทุกกรณี แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาหากพบว่าแบริเออร์ขยับเฉพาะช่วงที่มีรถผ่านมาก ๆ ดังนั้นการเลือกฐาน น้ำหนัก และรูปแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่จึงสำคัญกว่าการดูจากขนาดตัวแบริเออร์เพียงอย่างเดียว ถ้าเป็นแบบเติมน้ำ ให้ตรวจการถ่วงน้ำหนัก แบริเออร์บางรุ่นออกแบบให้เติมน้ำเพื่อเพิ่มน้ำหนักหลังติดตั้ง หากใช้งานในสภาพตัวถังว่าง หรือมีการรั่วจนปริมาณน้ำลดลง ความมั่นคงก็อาจเปลี่ยนไปจากที่ผู้ผลิตออกแบบไว้ […]
