เครื่องมือช่าง
ค้อน อุปกรณ์ตอก คีม คีมล็อค คีมชนิดต่างๆ ตะไบ บุ้ง สิ่ว กบ บล็อก ชุดประแจ งานขัน ปากกาจับชิ้นงาน และ แคลมป์จับชิ้นงาน เลื่อย มีด ขวาน เครื่องมือตัด ไขควง ชุดไขควง

20 เครื่องมือช่างพื้นฐาน ที่คุณต้องมีติดบ้านไว้

เดาว่าทุกๆบ้าน ต้องมีเครื่องมือช่างอย่างน้อย 1-2 ชิ้นอยู่ในบ้านของตัวเอง เพราะคนส่วนใหญ่จะใช้เครื่องมือช่างขั้นพื้นฐานตั้งแต่การแขวนรูปภาพไปจนถึงการติดตั้งชั้นวางของหรือแม้กระทั่งงาน DIY นั่นเอง ผู้คนส่วนใหญ่จะต้องมีชุดเครื่องมือง่ายๆ ที่บ้าน แต่มันก็มีคำถามมากมายเกี่ยวกับเครื่องมือช่างว่าชนิดไหนควรมีติดบ้านไว้เพื่อหาเครื่องมือช่างที่ต้องมีไว้ในกล่องเครื่องมือของคุณ เราจะมาแนะนำ 20 เครื่องมือช่างที่คุณต้องมี จะมีอะไรบ้างไปอ่านในบทความนี้กันเลย


20 เครื่องมือช่าง พื้นฐานมีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ไขควง (Screwdrivers)

ไขควงถือว่าเป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป เป็นเครื่องมือสำหรับใช้คลายและขันนอตสกรูต่างๆ ไขควงที่มีคุณภาพจะทำจากเหล็กกล้า หรือเหล็กเครื่องมือใช้วิธีตีขึ้นรูปและชุบเพื่อให้ผิวของไขควงแข็งใช้งานได้ดี ไขควงมีลักษณะเป็นแท่งโลหะทรงสูงยาวมีหลากหลายขนาด ตั้งแต่หัวเล็กถึงหัวใหญ่ปลายไขควงจะมีลักษณะแหลมคม มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไปบ้าง เพราะฉะนั้นจึงควรมีไขควงไว้ที่บ้านเพื่อใช้ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสิ่งของต่างๆหนึ่งในเครื่องมือช่างที่ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานมากที่สุดของคุณ ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่ไขควงเป็นเครื่องมือช่างที่สำคัญอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะมีหลายแบบแต่ก็มีไขควงมี 2 ประเภทหลักๆคือ

เครื่องมือช่าง
ไขควงหลักที่ต้องมีไว้ใช้งาน

– ไขควงปากแบน (Standard tip Screwdriver)

เป็นไขควงที่ใช้กับสกรูที่มีหัวเป็นร่องผ่า การใช้ไขควงประเภทนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ปากของไขควงกับร่องของสกรูเหมาะสมกัน โดยปากของไขควงจะต้องไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อไขควง หรือร่องสกรูได้
– ไขควงปากแฉก (Phillips type Screwdriver)

ไขควงประเภทนี้จะใช้กับหัวสกรูที่เป็นร่องจีบสี่เหลี่ยม การใช้ไขควงประเภทนี้จะมีลักษณะการใช้เหมือนกับไขควงปากแบน และที่สำคัญก็คือจะต้องให้ปลายของไขควงเหมาะสมกับหัวของสกรูมากที่สุด


2. ค้อน (Hammers)

คำกำจัดความของค้อนที่ทุกคนรู้ๆกันก็คือการตอกหรือทุบบนวัตถุนั่นเอง สำหรับการใช้งานเช่น การตอกตะปู การจัดชิ้นส่วนให้เข้ารูป การทุบทลายวัตถุ ค้อนอาจได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานเฉพาะทาง และมีรูปร่างกับโครงสร้างที่หลากหลาย แต่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมือนกันคือด้ามจับและหัวค้อน ซึ่งน้ำหนักจะค่อนไปทางหัวค้อนมากกว่าแรงที่กระทบเป้าหมายจะมากเท่าใด ขึ้นอยู่กับมวลของค้อนและความเร่งของการตอก ดังนั้นเมื่อค้อนยิ่งหนักมากและหวดด้วยความเร่งมาก แรงที่ได้จากค้อนยิ่งมากตามไปด้วยเรามีค้อนหลายแบบและงานที่คุณทำจะเป็นตัวกำหนดเครื่องมือที่คุณเลือก

เครื่องมือช่าง
ค้อนประเภทต่างๆ

– ค้อนหงอน (Hammer tool) เป็นค้อนที่ใช้สำหรับตอก ส่วนปลายของค้อนหงอนใช้ถอนตะปูได้ นอกจากนี้ยังใช้ค้อนหงอนในการตอกสิ่ว และตอกไม้เวลาทำโครงร่างได้อีกด้วย
– ค้อนหัวกลม (Ball Peen Hammer) เป็นค้อนที่ใช้กันมากที่สุด ลักษณะทั่วไปของค้อนหัวกลมจะมีหน้าเรียบส่วนหน้าตัดจะมีลักษณะกลม ผิวนูนโค้งเล็กน้อยใช้งานได้ทั้งสองหน้า ค้อนหัวกลมจะถูกใช้ในงานเคาะขึ้นรูป และย้ำหมุดทั่วไป
– ค้อนไม้ (Mallet) เป็นค้อนที่ไม่ได้ทำมาจากโลหะแต่ทำจากเนื้อไม้แข็งแทน จึงทำให้มีความยืดหยุ่นดีกว่าเหล็กเมื่อใช้เคาะชิ้นส่วนใด ๆ จึงไม่เกิดความเสียหายหรือเกิดความเสียหายน้อยมาก
– ค้อนเดินสายไฟ (Electrician Hammer) ส่วนใหญ่จะใช้กับงานไฟฟ้า หัวค้อนทำด้วยเหล็กมีปลายด้านหนึ่งหน้าเรียบตรง และอีกด้านหนึ่งแบนแหลมใช้ตอกในที่แคบได้ นอกจากนี้ยังใช้ค้อนเดินสายไฟกับการตอกตะปูเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ ได้อีก
– ค้อนยาง (Rubber Hammer) หัวค้อนทำมาจากยางพารา ทำให้มีคุณสมบัติเหนียวนุ่ม ค้อนยางใช้สำหรับขึ้นรูปชิ้นงานที่มีเนื้ออ่อน หรือใช้ตอกเพื่อรักษาสภาพผิวงาน
– ค้อนพลาสติก (Plastic Hammer) หัวค้อนทำจากพลาสติกแข็ง หน้าตัดมีลักษณะกลมผิวนูนเล็กน้อย บริเวณขอบมนค้อนพลาสติกหัวทั้งสองข้างจะเหมือนกัน มักใช้ตอกเพื่อรักษาสภาพผิวงาน เพียงแต่ว่าหัวค้อนจะสามารถถอดเปลี่ยนได้ และยังมีน้ำหนักในการเคาะชิ้นงานได้
– ค้อนปอนด์ (Heavy Hammer) มีรูปร่างเป็นรูปแปดเหลี่ยมผิวหน้าจะมน และลาดเอียงไปทางขอบมีตั้งแต่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่เหมาะสำหรับใช้งานหนักทั่วไป


3. คีม (Pliers)

เป็นเครื่องมือจับยึดชนิดหนึ่ง ใช้สำหรับการจับชิ้นงานเพื่อทำงานต่างๆ ให้ติดกันหรือดึงชิ้นงาน นอกจากนั้นยังใช้จับ บีบ ดัด ตัด คือใช้ในงานตัดวัตถุที่ไม่แข็งแรงมากนัก เช่น สายไฟฟ้า ลวด หรือสลักล็อคขนาดเล็ก คีมมีรูปร่างและขนาดต่างๆ กัน ตามลักษณะการใช้งาน คีมบางตัวออกแบบมาเพื่อใช้งานหลายหน้าที่ เช่นทั้งในการจับงาน และตัดชิ้นงาน คีมบางแบบ มีข้อต่อเลื่อนที่สามารถปรับขนาดความกว้างของปากในการจับชิ้นงานได้การแบ่งประเภทของคีม และเรียกชื่อ จะเป็นไปตามลักษณะ การใช้งาน ซึ่งมีหลายรูปแบบด้วยกัน คือ มีส่วนด้ามจับ และส่วนหัวจับ สามารถแบ่งประเภทใหญ่ๆได้ดังนี้

– คีมปากจระเข้ เป็นเครื่องมือช่างที่มีลักษณะการนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ปากคีมมีคมไว้สำหรับตัดด้านข้าง และสามารถใช้จับชิ้นงานได้อยู่ภายในตัวเดียวกัน

เครื่องมือช่าง
คีมปากจระเข้

– คีมปากจิ้งจก ใช้สำหรับจับโลหะแบนหรือสายไฟ ปากคีมมีลักษณะเรียวแหลม และ มีขนาดเล็ก เหมาะกับการใช้งานในที่แคบ และ งานไฟฟ้า

เครื่องมือช่าง
คีมปากจิ้งจก

– คีมปากขยาย ปากคีมมีลักษณะโค้งมน และสามารถขยายออก ลด ให้แคบลงได้ ลักษณะด้านใน จะทำโค้งเว้าไว้ทั้งสองข้างและมีร่องฟัน เพื่อใช้ในการจับ งานกลม บริเวณปลายปากจะแบนเรียบมีร่องฟัน สามารถปรับปากให้แคบ หรือขยายให้กว้างได้ด้วยสลักเกลียว ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดหมุนใช้จับงานทั่วไป ไม่ต้องการความละเอียด หรือ ความประณีตมากนัก เหมาะสำหรับจับงานร้อนและงานที่มีขนาดใหญ่ที่คีมธรรมดาไม่สามารถจับได้ หรือ การใช้งานที่เกี่ยวกับเครื่องกลและงานเครื่องยนต์ประเภทต่างๆ

เครื่องมือช่าง
คีมปากขยาย

– คีมปากกลม ปากด้านนอกมีลักษณะกลม ส่วนปากด้านในจะเจียระไนให้มีลักษณะแบนทั้งสองข้าง ด้ามหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหุ้มเหมาะสำหรับงานดัด งานที่เป็นรูห่วง หรือดัดห่วง และงานที่มีความละเอียด เช่น งานไฟฟ้า งานอิเล็กทรอนิกส์

เครื่องมือช่าง
คีมปากกลม

– คีมตัด เป็นเครื่องมือช่างที่ใช้สำหรับงานตัดโดยเฉพาะ ปากคีมมีลักษณะคล้ายกับปากนกแก้ว ส่วนปลายของปากจะมีลักษณะเป็นคมตัดโดยหันขวางกับด้านคม ที่ด้ามจับมีฉนวนหุ้มเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ใช้สำหรับตัดเหล็ก เส้นลวด คีมชนิดนี้ไม่สามารถจับชิ้นงานได้

เครื่องมือช่าง
คีมตัด

– คีมล็อค ใช้จับนอตหรือชิ้นงานเพื่อป้องกันการหมุนหรือเลื่อนโดยปากปรับขยายให้กว้างได้ และ ล็อคให้แน่น ออกแบบเป็นพิเศษ ใช้งานเฉพาะ ปลายด้ามมีสกรูปรับ มีแบบธรรมดา แบบปากแหลม แบบใช้งานเชื่อม ใช้สำหรับจับหรือบีบชิ้นงานที่แน่นมาก บีบท่อน้ำยาแอร์

เครื่องมือช่าง
คีมล็อค

– คีมปอกสายไฟ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การทำงานต่าง ๆ เกี่ยวกับสายไฟฟ้าทำได้สะดวกขึ้น คีมดังกล่าวออกแบบมาเพื่อการปอกฉนวนไฟฟ้าที่หุ้มลวดทองแดงอยู่ โดยจะตัดเฉพาะส่วนที่เป็นฉนวนพลาสติกโดยไม่ตัดเส้นลวดทองแดง และยังใช้สำหรับการตัดสายไฟ และใช้ในการย้ำขั้วหางปลาให้ยึดติดกับปลายสายไฟฟ้าได้

เครื่องมือช่าง
คีมปอกสายไฟ

4. ตลับเมตร (Measurement Tape)

การตัดที่คุณทำในวัสดุเกือบทุกชนิดจำเป็นต้องทำเพื่อการวัดที่แม่นยำตลับเมตรมีหลายขนาด ตั้งแต่ความยาวเทป 12 นิ้ว (30.48 ซม.) ถึง 30 ฟุต (9.14 เมตร) และเทปวัดพิเศษสามารถยาวได้หลายเมตรนั่นเอง ตลับเมตร เป็นเครื่องมือพื้นฐานของ เครื่องมือช่าง ตลับเมตรถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์แรกๆ ที่ใช้วัดระยะหรือขนาดได้ อีกทั้งเป็นต้นแบบของเครื่องมือที่คิดค้นขึ้นมาในปัจจุบันอีกมาก ไม่ว่า ตลับเมตรเลเซอร์ ล้อวัดระยะ หรือ เทปวัดระยะ แต่ตลับเมตรก็ยังได้รับความนิยมตลอดมา ในหลายยี่ห้อที่ผลิตได้มีการพัฒนาตลับเมตรให้มีความสะดวกต่อผู้ใช้งานเรื่อยๆ การออกแบบแต่ละยี่ห้อก็ต่างกันออกไป

เครื่องมือช่าง
ตลับเมตร (Measurement Tape)

รูปลักษณ์ภายนอก การใช้งาน หรือรายละเอียดของเทปตลับเมตร ตัวเลขที่บอกระยะการวัดบางยี่ห้อเริ่มการวัดจากตัวเลข 0 และอีกยี่ห้อเริ่มจากตัวเลข 1 ส่วนใหญ่ที่พบเห็นในปัจจุบันเริ่มจากตัวเลข 1 แต่ก็มีบางยี่ห้อที่ยังเริ่มจากตัวเลข 0 ช่างอาชีพหรือบุคคลทั่วไปที่คงรู้วิธีอ่านค่าเบื้องต้นของตลับเมตรไปแล้ว เพราะถือว่าเป็นพื้นฐาน บางคนอยากศึกษาเกี่ยวกับ ตลับเมตร สัญลักษณ์ หรือองค์ประกอบที่เรียกกัน ตลับเมตรเกือบทั้งหมดมีกลไกสปริงภายในที่จะดึงเทปโดยอัตโนมัติเมื่อคุณใช้งานเสร็จแล้ว และตัวล็อคที่จะเปิดเทปไว้ในขณะที่คุณทำเครื่องหมายสิ่งที่คุณต้องการบนวัสดุของคุณ


5. ประแจ (Wrenches)

เช่นเดียวกับคีม ประแจให้แรงบิดและให้ผู้ใช้หมุน หรือป้องกันไม่ให้หมุน โบลต์หรือน็อต ประแจนั้นต่างจากคีมตรงที่มีขนาดเฉพาะ ในขณะที่คีมคู่เดียวกันสามารถหมุนน็อตขนาดครึ่งนิ้วและโบลต์ขนาดหนึ่งในสี่นิ้วได้ แต่ประแจก็ใช้แทนกันได้ ข้อดีคือประแจ ให้แรงบิดมากกว่าคีม มีประแจมากมายหลากประประเภทตามใช้งานแตกต่างกันไป

เครื่องมือช่าง
ประแจประเภทต่างๆ

– ประแจแหวน ลักษณะเด่นอยู่ที่ปลายทั้งสองด้าน มีลักษณะเป็นแหวนวงกลม ภายในวงแหวนจะมีเขี้ยวประมาณ 6-12 เขี้ยว เพื่อใช้ในการจับเหลี่ยมแป้นเกลียว และสลักเกลียวได้อย่างมั่นคง
– ประแจปากตายปากคู่ ปลายทั้งสองด้านมีลักษณะเป็นรูปตัวยู U ซึ่งจะมีขนาดที่ไม่เท่ากัน ประแจชนิดนี้เหมาะกับงานในที่แคบมากที่สุด ในการใช้งานจะต้องระวังอย่าขันแน่นมากเกินไป เพราะจะทำให้สลักเกลียวชำรุดเสียหายได้
– ประแจรวม ประแจชนิดนี้ได้รวมเอาประแจแหวนกับประแจปากตายปากคู่เข้าไว้ด้วยกัน โดยที่ด้านหนึ่งมีลักษณะเหมือนกับประแจแหวน ส่วนอีกด้านจะเหมือนกับประแจปากตายปากคู่ ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ขนาดของหัวประแจจะมีขนาดที่เท่ากันทั้งสองด้าน
– ประแจขันฟรี ประแจชนิดนี้สามารถนำไปใช้งานได้เหมือนกับประแจแหวน แต่ลักษณะที่แตกต่างกันจะอยู่ตรงที่ตัวประแจจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือด้ามประแจ และหัวประแจ ในส่วนของด้ามประแจนั้น ปลายด้านหนึ่งจะมีลักษณะเป็นด้ามจับ อีกด้านจะมีลักษณะเป็นหัวต่อ เพื่อนำไปต่อกับหัวประแจอีกทีหนึ่ง ลักษณะพิเศษของหัวต่อ คือสามารถหมุนได้ในทิศทางเดียว ทำให้สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ส่วนที่หัวประแจจะมีลักษณะเป็นบล็อกหกเหลี่ยมตามขนาดของแป้นเกลียว หัวประแจนอกจากจะมีลักษณะเป็นบล็อกแล้ว ยังมีลักษณะเป็นรูปแบบอื่นๆ อีก เช่น หัวเป็นไขควง, ประแจหกเหลี่ยม เป็นต้น
– ประแจหกเหลี่ยมหรือประแจแอล ในการเรียกชื่อของประแจประเภทนี้สามารถเรียกได้ 3 แบบคือ หากเป็นแบบอเมริกันจะเรียกว่า “Hex Wrench” หรือ “Allen Wrench” แต่ถ้าเป็นอังกฤษจะเรียกว่า “Allen Key” ลักษณะภายนอกของประแจประเภทนี้ก็คือ มีลักษณะเป็นตัวแอล L โดยลำตัวมีลักษณะเป็นหกเหลี่ยม ประแจประเภทนี้จะถูกนำไปใช้ในการขันนอตที่มีหัวเป็นหลุมหกเหลี่ยมหรือสลักเกลี่ยวที่ทำเป็นหัวกลม ส่วนกลางทำเป็นรูหกเหลี่ยม ซึ่งใช้สำหรับงานที่มีความพิเศษ เช่น สลักเกลียวปรับชิ้นงาน เป็นต้น ข้อควรระวังในการใช้งานคือ ความพอดีของแรงที่ใช้ในการขันจะต้องไม่ออกแรงมากเกินไป
– ประแจเลื่อน ประแจชนิดนี้เป็นประแจที่สามารถปรับขนาดได้ เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดของแป้นเกลียว การปรับขนาดนั้นจะปรับตรงส่วนที่เป็นสลักเกลียว ซึ่งถือได้ว่าได้ว่าเป็นข้อดีของประแจชนิดนี้ ทำให้สะดวกในการพกพาเพียงตัวเดียวก็สามารถใช้ได้เกือบทุกขนาด เมื่อเทียบกับประแจปากตายแล้วถือว่าสะดวกกว่ามาก แต่จุดด้อยของประแจเลื่อนก็คือ มีปากด้านหนึ่งที่สามารถปรับเข้าออกได้ เป็นผลให้ปากด้านนี้ไม่แข็งแรงในการใช้งานจึงต้องให้ปากประแจด้านที่ไม่เคลื่อนเป็นด้านที่รับแรงมากและปรับขนาดของปากให้แนบสนิทกับแป้นเกลียวทุกครั้ง


6. เลื่อยมือ (Hand Saw)

เช่นเดียวกับเครื่องมือส่วนใหญ่ เลื่อยเป็นสิ่งที่ต้องเลือกขึ้นอยู่กับงาน แต่ที่รากของมัน เลื่อยเป็นเครื่องมือ ที่มีใบมีดโลหะหยัก การใช้เลื่อยจะถูกกำหนดโดยขนาดและจำนวนฟันของมันมากกว่าปัจจัยอื่นๆ ดังนั้นเช่นเดียวกับหลายๆ คุณจะต้องเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับงานมาดูกันว่ามีเลื่อยแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณ

เครื่องมือช่าง
เลื่อยมือ ที่เหมาะใช้งานต่างๆ

– เลื่อยลันดา เราจะเห็นเลื่อยชนิดนี้กันบ่อยที่สุด เพราะสามารถใช้ได้ทั้งตัดและงานโกรกไม้ ขึ้นอยู่กับคมฟันของเลื่อยโดยฟันเลื่อยที่ค่อนข้างถี่ 10-12 ซี่ ต่อ 1 นิ้ว มักจะใช้สำหรับตัดขวางเนื้อไม้เพื่อให้เกิดรอยตัดที่เรียบ ส่วนฟันเลื่อยหยาบหรือฟันห่าง 5-6 ซี่ ต่อ 1 นิ้ว สามารถตัดไม้ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับงานตัดตามแนวยาวของเนื้อไม้ โดยมีความยาวของใบเลื่อยให้เลือกใช้งานตั้งแต่ 14-28 นิ้ว ตามขนาดของหน้าตัดของไม้
– เลื่อยลอ มีลักษณะคล้ายเลื่อยสันแข็งต่างกันที่ด้ามจับซึ่งเป็นด้ามยาว ฟันเลื่อยมีทั้งชนิดหยาบและละเอียด ใบเลื่อยกว้าง 2.5 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว 10 นิ้วและ 12 นิ้ว แต่ที่นิยมใช้กันมากคือ 10 นิ้ว เหมาะสำหรับใช้บากปากไม้เพื่อทำเดือยเข้าไม้แบบต่างๆ และงานไม้ที่ต้องการความประณีตเป็นพิเศษ
– เลื่อยฉลุ นิยมใช้ทำงานประดิษฐ์ ใช้กับงานไม้ เหมาะสำหรับงานตัดโค้ง ทำลวดลาย เวลาใช้งานต้องขึงใบเลื่อยกับด้ามและคันเลื่อยให้ตึง ใบเลื่อยมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเหมือนเส้นลวด มีความอ่อนตัว เหมาะกับชิ้นงานที่มีขนาดไม่ใหญ่ ไม่หนา มากนัก
– เลื่อยตัดเหล็ก เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดเหล็ก มีลักษณะคล้ายเลื่อยฉลุ แต่คันเลื่อยโค้งไม่มาก การใช้งานส่วนใหญ่จะใช้ตัดโลหะทั่วไป อาทิ ตะปู น็อต สกรู เหล็กฉาก หรือ ท่อพีวีซี ใบเลื่อยมีลักษณะเป็นแถบยาว ปลายใบเลื่อยทั้ง 2 ข้าง ติดกับปลายและโคน คันเลื่อย ขนาดยาวตามมาตรฐาน 12 นิ้ว เหมาะสำหรับที่มีพื้นที่จำกัด สามารถเปลี่ยนใบเลื่อยได้
– เลื่อยหางหนู หรือ เลื่อยฉลุฝ้า ใช้เลื่อยชิ้นงานเป็นแนวโค้ง หรือวงกลมและลวดลายต่างๆ ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกสามารถใช้เจาะฝ้าหรือผนังยิปซั่มได้ ใบเลื่อยมีขนาดเล็ก โคนใหญ่มีมือจับ ปลายใบเลื่อยเรียว แหลม เล็ก สามารถถอดเปลี่ยนใบเลื่อยได้
– เลื่อยคันธนู เป็นเลื่อยที่มีลักษณะคล้ายคันธนู เหมาะสำหรับใช้เลื่อยตัดกิ่งไม้ทั้งไม้สด และแห้ง หรือตัดต้นไม้เป็นท่อนๆเพื่อการเคลื่อนย้ายสำหรับงานก่อสร้าง ใบเลื่อยผลิตจากเหล็กกล้าและชุบแข็งที่ฟันเลื่อย จึงมีความคมและแกร่งเป็นพิเศษ สามารถตัดชิ้นงานได้ทั้งจังหวะเลื่อยขึ้น และลง โดยมีให้เลือกหลายขนาด อาทิ 12 นิ้ว21 นิ้ว24 นิ้วหรือ 30 นิ้ว
– เลื่อยตัดกิ่งไม้ ใช้ตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดก่อไผ่ ฯลฯ ด้วยลักษณะความโค้งของคมเลื่อย และฟันเลื่อย จึงทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถตัดแต่งกิ่งไม้ในที่สูงได้ โดยต่อด้ามเลื่อยเข้ากับลำไม้ไผ่ แค่นี้เราก็ไม่ต้องปีนต้นไม้ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย


7. คัตเตอร์ (Cutter)

เครื่องมือช่างที่ขาดไม่ได้อีกอย่างในรายการคือ คัตเตอร์ มีดขนาดเล็กที่มีไว้สำหรับตัด กรีด ใบมีดบางเลื่อนออกจากด้ามที่ครอบอยู่ ซึ่งหลายคนอาจจะเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับคัตเตอร์มาอย่างแน่นอน เพราะยิ่งคัตเตอร์เป็นอุปกรณ์เครื่องมือที่เราใช้กันมานาน และใช้งานอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งทำให้เราละเลยเรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน เพราะฉะนั้นเราต้องยิ่งให้ความสำคัญในการใช้งานให้ปลอดภัยดีกว่า ใบมีดสามารถเปลี่ยนได้ง่ายเมื่อใบมีดทื่อ หากคุณกลัวว่าจะตัดบางสิ่งที่ลึกเกินไป ให้ดึงใบมีดกลับเข้าไปแล้วล็อคเข้าที่เพื่อหั่นให้ตื้นขึ้น เราจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าใส่มีดนี้กลับเข้าไปในกระเป๋าเครื่องมือหรือกระเป๋าของคุณโดยไม่ได้ดึงใบมีดกลับเข้าที่ และต้องแน่ใจว่าได้เก็บใบมีดคมไว้ในมีด

เครื่องมือช่าง
คัตเตอร์ (Cutter)

8. ขวาน (Axe)

เป็นเครื่องมือที่มีมาแต่อดีต ใช้ในการตัดไม้ หรือหั่นไม้ รวมไปถึงการใช้เป็นอาวุธ โดยทั่วไปขวานจะประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ ส่วนหัว และส่วนด้ามจับ โดยจะเห็นได้ว่าขวานเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับลิ่ม ที่ใช้ในการผ่อนแรง ขวานในสมัยโบราณ ส่วนหัวทำจากหิน และผูกเข้ากันกับด้ามไม้ ในขณะที่ขวานในยุคปัจจุบันส่วนหัว จะสร้างจากเหล็กและด้ามจับไม้ โดยขวานจะมีทั้งแบบที่ด้ามยาว และแบบด้ามสั้นขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานของขวานนั้น ๆ ดังนั้นการเลือกของคุณจะถูกควบคุมโดยงานที่คุณทำ สำหรับการทำงานกับไม้เพียงอย่างเดียว ก็มีแกนหลายแบบ เลือกขวานขนาดเล็กที่ถือได้ง่ายด้วยมือเดียว และพกพาสะดวก สามารถจัดเก็บได้มากกว่าด้ามขนาดใหญ่ การหาเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับงานนั้นซับซ้อนกว่าเล็กน้อยเมื่อพูดถึงขวาน เพราะมีเครื่องมือหลายประเภทที่แตกต่างกันออกไป แต่นั่นก็หมายความว่าสิ่งที่คุณต้องเลือกในที่สุดจะเป็นสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริงนั่นเอง

เครื่องมือช่าง
ขวาน (Axe)

9. แท่งแงะ (Pry Bars)

แท่งแงะเป็นเครื่องมือที่ต้องใช้มือและไม่ต้องใช้ไฟฟ้า มีหลายขนาดและหลายสไตล์ งานก่อสร้างส่วนใหญ่มีงานหลายงานในสถานที่เพื่อให้แถบแงะที่เหมาะสมสามารถใช้เพื่อทำให้งานเร็วขึ้น แถบแงะ เป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลายสำหรับงานก่อสร้าง และงานหลังคา
โดยทั่วไปแล้วจะมีปลายตรงด้านหนึ่ง และปลายโค้งหนึ่งด้าน และปลายแต่ละด้านมีก้ามปูที่มักใช้เพื่อช่วยในการถอดต่างๆ สิ่งเหล่านี้ใช้ในการก่อสร้างบ่อยกว่าในการรื้อถอน ซึ่งต่างจากชะแลงซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเครื่องมือในการรื้อถอน งัดแงะมีหลายขนาดแต่โดยทั่วไปจะเล็กกว่าชะแลง พวกมันใช้งานได้หลากหลายและบางครั้งก็ให้ความยาวที่ปรับได้ ทำให้มีแรงบิดมากหรือน้อยในการงัดจริง

เครื่องมือช่าง
แท่งแงะ (Pry Bars)

10. ปืนลวดเย็บกระดาษ (Staple Guns)

เมื่อคุณรู้ว่าจะใช้ลวดเย็บแบบใด ก็ถึงเวลาเลือกปืนลวดเย็บกระดาษที่เหมาะกับงานของคุณ และผลิตขึ้นสำหรับประเภทลวดเย็บกระดาษและความยาวของขาที่คุณต้องการ ปืนหลักและค้อนตอกตะปูประเภทต่างๆ ให้กำลัง ความแม่นยำ และประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน มีหลายสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเครื่องมือของคุณ
– ปืนเย็บกระดาษแบบแมนนวล ง่ายต่อการจัดการ และพกพาติดตัวไปกับคุณ เหมาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ลวดเย็บกระดาษจำนวนจำกัด แต่ต้องการพลังของกล้ามเนื้อมาก หากคุณใช้ในงานขนาดใหญ่ ปืนลวดเย็บกระดาษแบบแมนนวลมีให้เลือกทั้งแบบพลาสติก อะลูมิเนียม และเหล็กกล้า ปืนเย็บกระดาษพลาสติกมีน้ำหนักเบา และใช้งานง่าย เหมาะสำหรับงานที่เรียบง่ายกว่าที่บ้าน ปืนสั้นอะลูมิเนียม และเหล็กกล้ามีความเปราะบางน้อยกว่า และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานขนาดใหญ่ วัสดุที่ใช้งานหนัก และการใช้งานกลางแจ้ง

– ปืนลวดเย็บกระดาษไฟฟ้า ให้กำลังและความแม่นยำมากกว่าแบบแมนนวล ช่วยให้คุณทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพในการเย็บเล่มบนเพดาน มุม และพื้นที่แคบที่แรงมือไม่เพียงพอเสมอไป บางรุ่นมีสายไฟ ขณะที่บางรุ่นใช้แบตเตอรี่และใช้งานได้เมื่อไม่มีไฟฟ้าใช้ เช่น เมื่อทำงานกลางแจ้ง
– ปืนเย็บกระดาษลม ทรงพลังและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับงานก่อสร้างแบบมืออาชีพ แต่ยังสำหรับการติดตั้งกรุ ปูพื้น และงานที่คล้ายกันซึ่งต้องใช้ลวดเย็บกระดาษจำนวนมากหรือยาว ปืนหลักนิวเมติกมีน้ำหนักเบา แต่มีความคล่องตัวจำกัด เนื่องจากเชื่อมต่อกับคอมเพรสเซอร์

เครื่องมือช่าง
ปืนลวดเย็บกระดาษ (Staple Guns)

11. ตะไบ (Rasp)

เครื่องมือช่าง
ตะไบ (Rasp)

เครื่องมือที่ทำมาจากเหล็กกล้าคาร์บอนสูง ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการขัดแต่งผิว หรือปาดหน้าชิ้นงานที่ต้องการขจัดเนื้อโลหะทิ้งไปไม่มากนัก ดังนั้น การตะไบ ก็คงจะหมายถึง การตัดเฉือนผิววัสดุงานออกในลักษณะการถากหรือขูดเพื่อลดขนาดของชิ้นงานหรือเพื่อปรับแต่งชิ้นงานให้เรียบร้อยตามความต้องการ ตะไบ เป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานที่ทำจากเครื่องมือ โดยการนำไปขึ้นรูปแล้วนำไปชุบแข็ง ที่ผิวหน้าของตะไบจะมีคมตัดที่เรียกว่า ฟันตะไบ โดยที่ฟันตะไบเหล่านี้จะเรียงเป็นแถวขนานกันไปตลอดความยาวก้านของตะไบ และแถวของตะไบนี้จะทำมุมเอียงกับขอบตะไบด้วย ลักษณะของฟันตะไบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป สามารถแบ่งแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบ คือ

ลักษณะคมตัดเดี่ยว จะเป็นลักษณะร่องฟันมีแถวเดียว ซึ่งจะทำมุมกับแนวยาวของหน้าตะไบ
ลักษณะคมตัดคู่ จะแตกต่างกับลักษณะแรกตรงที่ร่องฟันจะตัดกัน ปลายคมตัดจะมียอดแหลมสามารถตัดเฉือนวัสดุได้ดีกว่า
ลักษณะคมตัดเป็นรูปโค้ง ลักษณะของฟันชนิดนี้จะเป็นรูปโค้งมีระยะห่างระหว่างฟันมาก เวลาใช้งานเศษวัสดุจะไม่ติดร่องฟัน ใช้ทำงานตกแต่ง วัสดุนี้มีลักษณะโค้งนูนจึงสะดวกกว่าแบบอื่นมากครับ
คมตัดหยาบ ฟันเป็นยอดแหลมคล้ายบุ้ง เหมาะสำหรับขัดแต่งวัสดุอ่อนอย่าง อะลูมิเนียม


12. ปากกาจับชิ้นงาน (Vise)

แผ่นโลหะสองแผ่นพร้อมสกรูที่ดึงเข้าด้วยกัน – นั่นคือทั้งหมดที่เป็นคีมจับ และยังอาจกลายเป็นเครื่องมือที่คุณขาดไม่ได้ อุปกรณ์ทำงานช่างที่ใช้สำหรับ ยึดจับชิ้นงานให้แน่นเพื่อทำการ ขัด เจาะ ตัด ตอก ตะไบชิ้นงานจำพวก โลหะ พลาสติก ไม้ มีลักษณะเป็นขากรรไกรคู่ขนานสองข้าง ซึ่งข้าง หนึ่งติดอยู่กับที่ ส่วนอีกข้างหนึ่งขยับได้โดยใช้สกรูและคันโยก ตัวอุปกรณ์จะติดตั้งบนโต๊ะงานเพื่อให้ทำงานได้สะดวก รวดเร็ว เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากทั้งการทำงานช่างในครัวเรือนและในภาคอุตสาหกรรม

เครื่องมือช่าง
ปากกาจับชิ้นงาน (Vise)

– ปากกาจับชิ้นงานตั้งโต๊ะ มีลักษณะเป็นท่อนเหล็กสองท่อนประกอบเข้าด้วยกัน โดยเหล็กชิ้นแรกเป็นฐานใช้ยึดกับโต๊ะ มีช่องสำหรับให้เหล็กชิ้นที่สองประกอบเข้าไปได้ ส่วนด้านบนของท่อนเหล็กสองชิ้นจะมีเหล็กหนาผิวหน้าเรียบสองแผ่นเป็นตัว จับชิ้นงาน มีด้ามหมุนเข้า-ออก เป็นกลไกให้เหล็กหน้าเรียบทั้งสองชิ้นประกบเข้า-ออก ด้วยกันอย่างแนบสนิท แข็งแรง และปลดออก
ได้รวดเร็วเป็นระบบที่ไม่ซับซ้อนใช้งานง่าย เหมาะกับจับชิ้นงานเหล็กและงานไม้

– ปากกาจับชิ้นงานบนแท่นเครื่องมิลลิ่ง เป็นปากกาจับชิ้นงานที่ออกแบบมาเพื่อใช้บนแท่นเครื่องกัดเพราะมี โครงสร้างที่แข็งแรง มีลักษณะตัวเครื่องและขากรรไกรทำจากเหล็กติดบนแท่นเครื่องกัด จึงมีความแกร่งช่วยรับแรงตัดได้ดี เหมาะสำหรับจับยึดชิ้นงานเพื่อทำการกัดและการเจาะ สามารถใช้ได้กับวัสดุที่หลากหลาย เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม พลาสติก ไม้

– ปากกาจับงานแบบปรับองศาได้ เป็นอุปกรณ์จับชิ้นงานที่สามารถปรับมุมเอียงซ้าย-ขวา เพื่อปรับองศาให้เข้ากับรูปทรงชิ้นงานได้ ลักษณะเป็นท่อนเหล็กมีควอดรันต์บอกองศาติดอยู่ด้านข้างตัวเครื่องมือ ช่วยให้ผู้ใช้ปรับองศาชิ้นงานได้ตามต้องการ คุณสมบัติเด่นคือ ตัวเครื่องหลักสามารถปรับมุมได้ 90 องศา ในขณะที่ฐานยังคงติดอยู่กับที่บนโต๊ะงาน การเอียงนี้ช่วยให้ผู้ใช้วางชิ้นงา ในตำแหน่งที่สะดวก เหมาะกับงานตัด เลื่อย เจาะรีม หรือการกัด ใช้ได้กับวัสดุที่หลากหลาย เช่น อะลูมิเนียม พลาสติก โลหะ เหล็ก ไม้

– ปากกาจับไม้หัวโต๊ะ มีโครงสร้างที่ทำจากโลหะ เป็นอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งเข้ากับขอบของหัวโต๊ะเมื่อใช้งาน ใช้สำหรับ จับไม้ในการตัดหรือเลื่อย มีขากรรไกรที่กว้างทำให้ทนต่อแรงบีบได้มากจึงช่วยลดการแตกร้าวของไม้ขณะทำงานได้ เหมาะสำหรับการตัด หรือเลื่อยไม้ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ทั้งในครัวเรือนและในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้


13. ทั่ง (Anvils)

ทั่งเป็นเครื่องมืออเนกประสงค์อย่างเหลือเชื่อ แม้แต่ทั่งที่เล็กที่สุดก็หมายความว่าไม่ใช่เครื่องมือช่าง แต่เมื่อคุณต้องการทั่ง ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นที่ใช้งานได้ ทั่งมักใช้ในงานโลหะ และช่างตีเหล็กโดยทั่วไป ทั่งเป็นอุปกรณ์หนักที่ใช้ปั้นโลหะ เมื่อวางโลหะร้อนไว้ด้านบน เช่น ดาบหรือ มีดตรงออกจากเตา ผู้ใช้จะตีโลหะร้อนด้วยค้อนทุบให้เข้ารูปกับทั่ง รูปร่างปกติของทั่ง คือการมีปลายด้านหนึ่งเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส และอีกด้านหนึ่งเป็นปลายมนเพื่อให้สามารถทำงานต่างๆ บนทั่งได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังพยายามรีดรอยพับบนโลหะที่คุณกำลังขึ้นรูป คุณจะใช้ปลายสี่เหลี่ยมจัตุรัสเนื่องจากมุมที่คมของมันจะช่วยให้คุณพับโลหะที่ร้อน และอ่อนได้ทับไว้ด้วยทั่งที่ใหญ่กว่าจะดีกว่า ยิ่งทั่งของคุณมีมวลมาก (ยิ่งใหญ่ ยิ่งหนัก) ยิ่งสามารถทุบค้อนได้ดีเท่านั้น ในทางกลับกัน พลังงานของคุณจะกระจายไปในงานของคุณมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งทั่งที่หนักกว่า คุณก็จะต้องใช้แรงน้อยลงในการขึ้นรูปโลหะของคุณ

เครื่องมือช่าง
ทั่ง (Anvils)

14. กรรไกร (Scissors)

กรรไกรมีประเภทเฉพาะสำหรับงานเฉพาะ มากกว่าเครื่องมืออื่นๆ ในที่นี้ การใช้กรรไกรที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ทั้งเครื่องมือ และงานของคุณเสียหาย วัสดุที่ใช้ในกรรไกร และโครงร่างของใบมีด หรือความยาวของด้ามจับเป็นสิ่งที่กำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะของคู่ โดยทั่วไปสามารถจำแนกประเภทของกรรไกร และลักษณะการใช้งานได้ดังนี้ กรรไกรมาตรฐานทั่วไป ใช้สำหรับตัดวัสดุขนาดบาง เช่น กระดาษ พลาสติก เชือกฟาง ภาพถ่าย ริบบิ้น หรือวัสดุอื่นๆ ตามความเหมาะสม กรรไกรใบมีดขนาดยาว ใช้ตัดวัสดุที่มีขนาดใหญ่และหนาได้ดี เช่น ผ้า กระดาษแผ่นใหญ่ แผ่นโลหะทั่วไป เป็นต้น กรรไกรอเนกประสงค์ ใช้ตัดวัสดุของแข็งได้ดี เช่น สายไฟ ลวด พรม สังกะสีแผ่นบาง และตัดกิ่งไม้ เป็นต้น กรรไกรก้ามปู ใช้ในงานฝีมือ เช่น ตัดเส้นด้าย เส้นไหม เป็นต้น

เครื่องมือช่าง
กรรไกร (Scissors)

15. แคลมป์ (C-Clamps)

แคลมป์เป็นอุปกรณ์หนีบชนิดหนึ่งที่ใช้ยึดวัสดุเข้าที่ โดยปกติแล้วจะเป็นไม้หรือโลหะ แคลมป์เหล่านี้ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น งานไม้ งานเชื่อม ยานยนต์ และอื่นๆ เป็นที่เชื่อกันโดยทั่วไปว่าแคลมป์ C ได้รับการตั้งชื่อตามความคล้ายคลึงระหว่างรูปลักษณ์ของแคลมป์กับตัวอักษร “C”แคลมป์ C บางครั้งเรียกว่า G-clamp เพราะเมื่อรวมสกรูแล้ว แคลมป์จะดูเหมือนตัวอักษร “G” ที่หนีบมีความคล้ายคลึงกันกับตัวอักษรเหล่านี้ แต่เดิมที่หนีบ C เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Carriage Clamp และคำว่า “Carriage” ถูกย่อให้เหลือเพียงแค่ตัวอักษร “C” ใช้แคลมป์โดยหมุนสกรูผ่านด้านล่างของเฟรมแคลมป์จนกว่าจะถึงปริมาณแรงดันที่จำเป็นในการจับชิ้นงาน หากแคลมป์ถูกขันให้แน่น ชิ้นงานที่ยึดจะยึดไว้ระหว่างปลายแบนของสกรูกับปลายแบนของเฟรม อย่างไรก็ตาม หากแคลมป์คลาย จะต้องปล่อยแรงจำนวนมากเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุคงที่เหล่านั้นได้ C-clamps หรือที่เรียกว่า G-clamps ประกอบด้วยเฟรมรูปตัว C ความกว้างคงที่และสกรูแบบปรับได้ที่สามารถขันหรือคลายเพื่อยึดชิ้นงานให้แน่น

เครื่องมือช่าง
แคลมป์ (C-Clamps)

16. ชะแลง (Crowbar)

ชะแลงมีลำตัวโค้งมน และมักจะยาวกว่าและหนักกว่าไม่เหมือนกับแท่งแงะ มักเป็นเครื่องมือในการรื้อถอน ดังนั้นบางครั้งจึงเรียกว่าแถบทำลายล้าง และไม่ใช่เครื่องมือสำหรับงานละเอียดอ่อน
โดยทั่วไปแล้วจะหนักกว่าแท่งงัดแบบแบน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าระหว่างสองแท่งสำหรับการจัดการกับวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่า คุณอาจได้ยินชะแลงที่เรียกกันว่าก้ามปูหรือคอห่าน ท่ามกลางชื่อเล่นอื่นๆ ชะแลงมีไว้สำหรับงัดหินหลวม สำหรับการขยับของหนัก สำหรับการทุบกระจกหรือ ผนังได้ แม้ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ดีและใช้งานได้หลากหลาย แต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไปน้อยกว่าเครื่องงัดแงะที่คล้ายกันนั่นเอง

เครื่องมือช่าง
ชะแลง (Crowbar)

17. กบไสไม้ (Planing)

ในขณะที่การถือกำเนิดของเครื่องมือไฟฟ้า เช่น เร้าเตอร์ แต่เครื่องมือเหล่านี้ยังคงมีประโยชน์ ช่างไม้บางคนถึงกับชอบพวกเขามากกว่า แม้ว่าเครื่องมือทุกชิ้นในรายการนี้ต้องการการบำรุงรักษา แต่กบไสไม้ก็ไร้ค่าหากไม่มีใบมีดที่คม และเฉียบคม กบไสไม้ เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับช่างไม้ที่จะขาดไม่ได้ ซึ่งกบไสไม้ใช้สำหรับขัดผิวไม้ให้มีผิวที่เรียบ และได้รูปทรงตามต้องการ เช่น วงกบ ประตู หน้าต่าง หรือไม้พื้นประโยชน์หลักๆ ของกบไสไม้คือ ไสไม้ให้ผิวหรือหน้าไม้เรียบ การเรียกชื่อกบมักเรียกตามรูปร่างและลักษณะการใช้งาน ตัวกบอาจทำด้วยไม้หรือด้วยเหล็กก็ได้ กบไสไม้มี 2 แบบหลักๆ คือ กบที่ทำด้วยไม้ และกบที่ทำจากเหล็ก หรือเรียกว่า กบไฟฟ้านั่นเอง

เครื่องมือช่าง
กบไสไม้ (Planing)

18. ค้อน (Mallet)

มีด้ามคล้ายค้อน แต่ใหญ่กว่ามากจะมีคนที่โต้แย้งว่าค้อนเป็นเพียงค้อนอีกแบบหนึ่ง ในทางเทคนิคแน่นอนแต่ข้อแตกต่างที่แท้จริงคือหัวของค้อนซึ่งใหญ่กว่าของค้อนทั่วไป โดยทั่วไปแล้วจะทำจากยางหรือไม้ อย่างไรก็ตาม มีพุกที่ทำจากโลหะหลายชนิดสำหรับงานเฉพาะ ช่างก่ออิฐก็ใช้ค้อนพลาสติกเช่นกัน หัวค้อนที่เป็นโลหะอาจทำให้พื้นผิวที่อ่อนนุ่ม เช่น ไม้สน พื้นไม้ลามิเนต หรือพื้นไม้เสียหายได้ พุกให้แรงทื่อของค้อน แต่ส่งแรงน้อยกว่า ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างละเอียดอ่อน

เครื่องมือช่าง
หัวค้อนประเภทต่างๆ

19. สิ่ว (Chisels)

สำหรับช่างไม้ สิ่วนับว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญอันจะขาดเสียมิได้ สิ่วใช้กันมากสำหรับการเจาะเข้าเดือย ตบแต่ง ลบมุม หรือการแต่งอื่น ๆ ที่ มุ่งหวังจะให้เกิดความงาม สิ่วที่ดี มีด้ามเป็นไม้ และตัวสิ่วทำจากเหล็กกล้ามีคม และแข็งแรง สิ่วทำจากโลหะ และคุณสมบัติที่ชาญฉลาดของมันคือคมตัดที่เอียง ไม่น่าแปลกใจที่มีสิ่วที่แตกต่างกันสำหรับงานที่แตกต่างกัน สิ่วเย็น และร้อนถูกใช้ในงานโลหะ โดยช่างตีเหล็กจะใช้อันที่เหมาะสมสำหรับโลหะร้อน หรือเย็นที่เขาทำงานอยู่ สิ่วสำหรับก่ออิฐและสิ่วหินโดยทั่วไปแล้วจะหนักกว่า โดยประเภทงานก่ออิฐมักใช้ในการรื้อถอน เช่น ค้อนแม่แรง คุณจะพบสิ่งเดียวกันสำหรับงานของคุณเอง และควรมองหาสิ่วที่ทนทาน และรู้สึกดีในมือของคุณ

เครื่องมือช่าง
สิ่ว (Chisels)

20. ที่วัดระดับน้ำ (Level)

เป็นอุปกรณ์เครื่องมือวัดที่ใช้สําหรับการตรวจสอบความเอียงของพื้นที่ในแนวราบ และแนวดิ่ง ด้วยการสังเกตฟองอากาศภายในของเหลวที่บรรจุอยู่ในหลอดแก้วให้อยู่จุดกึ่งกลาง เพื่อให้สิ่งที่ต้องการตรวจสอบอยู่ในระดับองศาที่ตรงตามต้องการ โดยเครื่องวัดระดับนํ้ามีประโยชน์ในการใช้งานในหลากหลายด้าน ส่วนใหญ่จะใช้ในการตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่น งานก่อสร้าง อาคาร งานติดตั้งเครื่องจักร การทําถนน การสํารวจ ตลอดจนงานที่ต้องอาศัยความแม่นยําสูง ดังนั้นเรื่องการส่งสอบเทียบ Calibrate เครื่องวัดระดับน้ำจึงมีความสำคัญมาก ระดับที่ยาวกว่านั้นสำหรับงานขนาดใหญ่ บางทีการสร้างโครงถักสำหรับการก่อสร้างบ้าน และมีระดับ/สี่เหลี่ยมรวมกันที่ช่วยในการปรับมุม

เครื่องมือช่าง
ที่วัดระดับน้ำ (Level)

สรุป เครื่องมือช่าง

เครื่องมือช่างมีมายาวนาน ดังนั้นคุณค่าของมันจึงปรากฏให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า การใช้สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับความรู้ในระดับหนึ่ง แต่การมีความรู้นั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนมีความคิดของตัวเองว่าเครื่องมือช่างคืออะไร อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ที่คุ้นเคยกับเครื่องมือช่าง และการใช้งานจะยอมรับว่าเครื่องมือหลายอย่างที่กล่าวถึงในรายการข้างต้นถือเป็นความต้องการหลักสำหรับกล่องเครื่องมือหรือเวิร์กช็อปใดๆ คีย์เวิร์ดในที่นี้คือความเชี่ยวชาญพิเศษ ดังนั้น คุณจะต้องมีเป้าหมายในใจก่อนตัดสินใจว่าจะใช้เครื่องมือใดนั้นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *